ประวัติความเป็นมา

ประวัติความเป็นมา


ประวัติความเป็นมาของตำบลสันทรายงาม

  • บ้านสันทรายงาม เป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งประมาณหลายร้อยปี จากหลักฐานทางโบราณสถาน โบราณวัตถุที่ปรากฏทุกวันนี้ได้แก่ บริเวณสำนักปฏิบัติธรรมวัดวังแอด บ้านพระเกิดคงคาราม ที่บริเวณวัดซาววา บริเวณฝายใหญ่ (ประมาณ  พ.ศ.2525 – 2530  มีรถไถไปไถจอมปลวกพบพระพุทธรูปล้ำค่า) วัดหนองปลาขาว วัดน้อยหนองตม บริเวณวังสิม บ้านหนองสามัคคี (สิมหมายถึงอุโบสถ) มาระยะหลังมีชาวบ้านแถบบ้านห้วยก้างและใกล้เคียงนำวัว ควาย มาเลี้ยง หลังจากที่ปักดำนาเสร็จแล้ว จะพักบริเวณนี้จนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวจึงจะนำวัว ควาย กลับบ้านทำให้บริเวณนี้รกร้าง ไม่มีคนอาศัยอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า ปางวัว ปางแดง  ปางเคาะหลวง (บริเวณที่มีต้นไม้เคาะมาก) 
  • ต่อมาในปีพ.ศ.2493 ได้มีชาวบ้านย้ายเข้ามาตั้งหลักแหล่งที่นี่ เพื่อจับจองที่ดินทำมาหากิน โดยการนำของพ่ออุ้ยตาคำ คำดี และเพื่อนบ้านอีก 15 ครัวเรือน มาตั้งที่บริเวณใกล้วัดโพธิ์ทองในปัจจุบัน ครั้งแรกเรียกว่า “บ้านท่าช่อง” เพราะมีแม่น้ำอิงไหลผ่านมาเป็นช่องบริเวณแม่น้ำอิงดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีหาดทรายสวยงาม ชาวบ้านจึงได้นำทรายจากแม่น้ำอิงไปใช้ประโยชน์มากมาย ชาวบ้านจึงได้เรียกหมู่บ้านนี้ใหม่ว่า “บ้านสันทรายงาม”กระทั่งปัจจุบัน
  • บริเวณบ้านสันทรายงามแต่เดิมอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าสัก ป่าไผ่ ป่าบง มีสัตว์ป่านานาชนิด เช่นช้างป่า  หมูป่า หมี ไก่ป่า นกนานาชนิด ฯลฯ เมื่อชาวบ้านได้เข้ามาจับจองบริเวณดังกล่าวได้แผ้วถาง บุกที่ดินเพื่อทำไร่ ทำนา ทำให้สัตว์ป่าหมดไป ประชาชนได้อพยพเข้ามาเป็นจำนวนมากขึ้น เพราะที่ดินดังกล่าวมีดินที่อุดมสมบูรณ์ มีปลาชุกชุมมาก  ที่ดินราคาถูก โดยได้ซื้อขายที่ดินเป็นป่าประมาณไร่ละ 50 – 100 บาทเท่านั้น
  • ประมาณปี พ.ศ.2496  ชาวบ้านได้มีการจัดตั้งวัดขึ้นครั้งแรกที่วัดโพธิ์ทอง โดยมีพระอาจารย์ผล เป็นเจ้าอาวาส
  • ประมาณปี  พ.ศ.2500 ได้มีประชาชนจากจังหวัดกำแพงเพชร  หลายครอบครัว เช่น พ่อมี พ่อกันยา พ่อปี อพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บวกหัวช้าง (บวกหมายถึงแหล่งน้ำขนาดเล็ก  เช่น  บวกควายนอน)  ต่อมาเรียกว่าหนองหัวช้าง  (บริเวณดังกล่าวในอดีตอาจมีช้างอาศัยอยู่เพราะเป็นแหล่งหนองน้ำ มีป่าไผ่ที่อุดมสมบูรณ์เป็นทางเดินผ่านของช้างป่า และช้างอาจเสียชีวิตบริเวณนี้ด้วย) ครอบครัวเหล่านี้อยู่ได้ไม่นานก็อพยพกลับบ้านเดิม
  • ต่อมาได้มีประชาชนจากภาคอีสาน เช่น ครอบครัวพ่อมี อธิตั้ง พ่อเม้า อัศวภูมิ จากบ้านหว่าน จังหวัดร้อยเอ็ด พ่อเภา พ่อสอน บ้านวังยาว จังหวัดร้อยเอ็ด พ่อลา พิลาวุฒิ และครอบครัวอื่นๆ จากจังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธ์ อุบลราชธานี ฯลฯ จนกระทั่งมีชาวบ้านนาตาล จากอ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธ์ มาอยู่เป็นชุดใหญ่ และเป็นชุดสุดท้ายได้อพยพครอบครัวมาตั้งรกรากอยู่บ้านสันทรายงาม ซื้อที่ดินจากคนเมืองที่จับจองมาก่อน ในราคาที่เหมาะสมประมาณไร่ละ 50 – 100 บาท แล้วบุกเบิกที่ดินเพื่อทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ หาปูหาปลา เลี้ยงชีพ บริเวณดังกล่าวนี้ปรากฏว่าเป็นแหล่งปลาที่ชุกชุมมากแห่งหนึ่ง ชาวบ้านได้หาปู หาปลาไปแลกข้าวกับหมู่บ้านอื่นๆ เพราะตอนชาวบ้านมามีเงินทุนน้อย ข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักไม่ได้นำมาด้วย และที่ทำกินยังบุกเบิกได้ไม่มากพอ บางปีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ น้ำอิงเข้าท่วมไร่นาได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านบางส่วนได้อพยพกลับภาคอีสานเหมือนเดิม บางส่วนก็อพยพเข้ามาหมุนเวียนกันไป
  • เมื่อประชาชนเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก จึงได้ขอจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเรียกว่า “บ้านสันทรายงาม” หมู่ที่ 6 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายชมพู เป็นผู้ใหญ่บ้าน
  • ต่อมาพ่อแดง ไชยลิ้นฟ้า ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้ชักชวนให้ชาวบ้านร่วมกันตัดถนนจากหมู่บ้านไปที่ตัวอำเภอ (เพราะถนนเดิมเป็นทางเกวียน  ทางเดินของวัว  ควาย  ที่ใช้ติดต่อระหว่างอำเภอไปห้วยก้าง ซึ่งในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศฝรั่งเศสได้มาสัมปทานป่าไม้สักในเขตอำเภอเทิง โดยไปตั้งหมอนไม้ที่บ้านห้วยก้าง  โดยใช้ช้างลากไม้ซุงจากบ้านห้วยก้างลงคลองคั๊วะ ไปลงปากแม่น้ำอิงที่บ้านหนองบัว อ.เทิง จากแม่น้ำอิงไหลไปเชียงของลงแม่น้ำโขง)
  • ต่อมาพ่อใหญ่อ่ำ สารบรรณ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน สันทรายงาม หมู่ที่ 6 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ร่วมกับชาวบ้านจัดตั้งโรงเรียนบ้านสันทรายงามขึ้น โดยมีนายทวี หน่อสุวรรณ เป็นครูใหญ่คนแรก
  • ปี พ.ศ.2523 พ่อใหญ่กันหา พิลาวุฒิ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านสันทรายงาม หมู่ที่  6  ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ได้ขอแยกหมู่บ้านชวา บ้านหนองสามัคคี แล้วขอแยกตัวออกมาเป็นตำบลใหม่  ชื่อว่าตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีพ่อใหญ่กันหา พิลาวุฒิ เป็นกำนันตำบลสันทรายงามคนแรก จนถึงปี พ.ศ.2526 ได้เสียชีวิต
  • ปี  พ.ศ.2526 นายประสาร   ทิวาพัฒน์   ได้เป็นกำนันตำบลสันทรายงามคนต่อมา ได้พัฒนาหมู่บ้านโดยมีถนนลาดยางเชื่อมแต่ละหมู่บ้านมีประปาในหมู่บ้านมีไฟฟ้าจนถึงปี  พ.ศ.2541 ได้ลาออกจากทางราชการ
  • ปี  พ.ศ.2542 นายจำลอง  ซื่อสัตย์ ได้เป็นกำนันตำบลสันทรายงามคนต่อมา ได้พัฒนาหมู่บ้านตามลำดับ จนในปี พ.ศ. 2543 ได้หมดวาระลง
  • ปี  พ.ศ.2544  นายภาณุ   ยอดพังเทียม ได้เป็นกำนันตำบลสันทรายงามคนต่อมา จนถึง 2552
  • ปี  2552 นายบุญหนัก  สีโม ได้เป็นกำนันตำบลสันทรายงามคนต่อมา จนถึง ปัจจุบัน
  • ปี 2555 นายสว่าง  เรืองบุญ  ได้เป็นกำนันตำบลสันทรายงามคนต่อมาจึงถึงปัจจุบัน
ข้ามไปยังทูลบาร์